บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์

บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์

บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์ ไม้คือวัสดุก่อสร้างที่ทำมาจากธรรมชาติ ได้ถูกนำมาปรับใช้เพื่อการอยู่อาศัยนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จวบจนถึงปัจจุบัน โดยคุณประโยชน์และความโดดเด่นของไม้นั้น คือความแข็งทนทานต่อทุกสภาพอากาศ มีความสวยงาม ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ในปัจจุบันไม้ได้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างบ้านหรือส่วนของผนัง และพื้นเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อีกมากมาย นับได้ว่าไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบ

การ ปลูกบ้าน หรือสร้างบ้านใหม่ส่วนใหญ่แล้ว คนมักจะนิยมสร้างบ้านเป็น บ้านไม้ กับ บ้านปูน ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ถือเป็นวัสดุพื้นฐานที่คนนิยมใช้สร้างกัน ด้วยเหตุผลหลักคือ ให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ได้สะดวกสบาย อากาศถ่ายเท แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็มีรูปลักษณ์ คุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปที่ไม่เหมือนกัน

ในอดีต ไม้ เป็นวัสดุหลักที่มนุษย์เรานำมาใช้ในการสร้างบ้าน เนื่องด้วยไม้สามารถหาได้ง่ายตามธรรมชาติ แม้ว่าในปัจจุบันนี้เราจะมีวัสดุทดแทนต่างๆ มากมายที่ใช้เป็นวัสดุในการสร้างบ้าน แต่ความนิยมในการใช้ไม้สร้างบ้านกลับไม่เคยลดลงไปตามกาลเวลาเลย

บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์

แบบที่ 1 บ้านพื้นถิ่นประยุกต์ในบาหลี

บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์

ในขณะที่หลายคนชอบ บ้านแบบโมเดิร์น ที่ขาวสะอาดตา ตกแต่งน้อย ๆ และใช้ไม้สีอ่อนเป็นองค์ประกอบหลัก ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยังรู้สึกโหยหาอดีตที่เคยอยู่ในบ้านไม้สีเข้มๆ ได้กลิ่นควันจากครัวไฟ แม้อารมณ์บ้านจะทึมๆ จากการใช้ตะเกียงเจ้าพายุก่อนจะมีไฟฟ้า แต่กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แต่ถ้าจะสร้างบ้านอยู่อาศัยทุกวันคงไม่สะดวกนัก

เพราะแต่ละบ้านก็มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน คนยุคใหม่อาจไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ ทางเลือกที่ดีกว่าคือการมองหาที่พักให้แวะไปซึมซับความหลังเป็นบางคราว ซึ่งโครงการ The Barn ก็ตอบโจทย์ได้ดี เพราะงานสถาปัตยกรรมเป็นไปในรูปแบบพื้นถิ่นประยุกต์บ่งบอกถึงอายุและเรื่องราวชีวิตในอดีต เป็นความทรงจำที่ยังคงรักษาเอาไว้ให้คิดถึง ในขณะที่มีฟังก์ชันใหม่ ๆ ให้อยู่ได้อย่างสบาย

ชั้นล่างมีเฉลียงให้ใช้งานแบบกึ่งกลางแจ้ง ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดและฝน แต่ละจุดจะตกแต่งให้ดูเรียบง่าย สงบ และเติมเต็มด้วยธรรมชาติ รอบ ๆ มีแผ่นไม้ประดู่สีเข้มตีเป็นช่องตารางแบบบ้านโชจิ ใช้สำหรับผนังพาร์ทิชันที่แบ่งสัดส่วนใช้งาน บางจุดใส่กระจกใสแต่บางจุดเป็นบานที่กรุกระดาษจากเส้นใยกล้วย (งานฝีมือในบาหลีโดยชาวญี่ปุ่นผู้ล่วงลับ -Naruse @greenman_bananapaper_studio) ให้สัมผัสของบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นเล็ก ๆ

เมื่อเดินตามบันไดขึ้นมาที่ชั้นบน จะเห็นว่าพื้นผิวของอาคารยังคงเป็นไม้สีเข้ม เพื่อเน้นที่ช่องรับแสงไม้ที่ตีเป็นตารางสูงตระหง่านอยู่ตรงใจกลางให้ยิ่งเด่นชัด ตามจุดต่าง ๆ ของบ้านมีเสาไม้ที่เห็นเหล่านี้เป็นโครงรองรับบันได ระเบียง ผนัง และหน้าต่างและประตูบานเลื่อน ให้ความรู้สึกเหมือนที่เราเคยคุ้นในบ้านไม้แบบเดิมๆ

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือโถงสูง Double Space และประตูกระจกบานไม้สไลด์เปิดออกได้กว้าง ที่ทำให้บ้านเต็มไปด้วยแสงจากธรรมชาติ พร้อมรับอากาศใหม่ระบายความร้อนออกไปได้ดี บ้าน 2 ชั้น

บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์

แนวคิดสถาปัตยกรรมใหม่อื่นๆ ที่ยังซ่อน แฝงตัวอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายแบบพื้นถิ่นอย่างแนบเนียน คือ การจัดแปลนแบบ open plan ให้ครัว ห้องทานอาหาร ให้อยู่รวมกัน โดยใส่การเล่นระดับพื้นที่ในบริเวณมุมนั่งเล่นที่เหมือนเป็นหลุมลงไป เพื่อแยกสัดส่วนการใช้งานออกจากกันโดยไม่ต้องแบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อย

จึงสามารถสัญจรเข้าถึงกันได้หมด ส่วนของเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากไม้สักรีไซเคิลและหวาย โดยพยายามคงโทนสีอ่อน ๆ ไว้ เพื่อให้ชิ้นงานเหล่านี้กลายเป็นองค์ประกอบที่ตัดกันกับผนังบ้านสีดำเข้มและเป็นจุดโฟกัสสายตา โดยจัดวางให้ชิดกับเส้นตารางของอาคารทำให้เห็นได้ชัดขึ้น บ้านไม้พื้นถิ่นประยุกต์

ประตูห้องนั่งเล่นซึ่งเปิดออกได้กว้างเชื่อมกับระเบียงหลักขนาดใหญ่ที่ปูพื้นด้วยไม้ ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ปูในตัวบ้าน ทำให้รู้สึกเหมือนบ้านถูกขยายออกไปสู่พื้นที่กลางแจ้ง ที่ใช้เป็นจุดนั่งเล่นชมบรรยากาศ นอนอาบแดด หรือจะแหวกว่ายน้ำเล่นให้ชุ่มฉ่ำใจในสระว่ายน้ำขนาดย่อมก็ทำได้แบบเป็นส่วนตัว

จากสระว่ายน้ำที่ยกระดับขึ้นเหมือนเป็นกล่องสี่เหลี่ยม จะมองเห็นหน้าผาริมมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ที่อยู่ใกล้เคียง ตัวสระด้วยหินแกรนิตที่มาจากท้องถิ่นซึ่งมีโทนสีเขียวเล็กน้อย องค์ประกอบนี้เป็นการแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมออนเซ็นของญี่ปุ่น และผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เขียวชอุ่มของภูมิทัศน์ทางตอนใต้ของบาหลีได้เป็นอย่างดี

สถาปนิกใช้แสงส่องสว่างแบบ direct light เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อเน้นบรรยากาศของความเงียบสงบและการพักผ่อน โคมระย้าที่ออกแบบด้วยกระดาษใยกล้วยกลายเป็นสิ่งที่ชวนให้โฟกัสเป็นพิเศษ ภายในอาคารที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย

ห้องนั่งเล่น

บรรยากาศช่วงเริ่มค่ำในบ้านเปล่งประกายด้วยแสงไฟ เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นว่าบางส่วนแสงทะลุออกมาได้ทั้งหมด แต่บางจุดฉากกั้นหน้าต่างเป็นกระดาษที่ยอมให้แสงผ่านได้บางส่วน บ้านจึงมีระดับความโปร่งใสไม่เท่ากัน ในภาพรวมจะเห็นว่าทุกอย่างถูกวางแผนไว้เป็นจังหวะระหว่างสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ การตกแต่งภายใน และแสงเงา

งานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นหลาย ๆ แห่งไม่ว่าจะเป็นที่บาหลี ญี่ปุ่น หรือในไทยเอง มักจะดึงช่างฝีมือและองค์ความรู้ในท้องถิ่นมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น กระเบื้องหลังคา กระเบื้องปูพื้นดินเผา งานไม้รูปแบบต่างๆ ตามความถนัดของช่างพื้นถิ่น รวมไปถึงการนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับบ้าน อาทิ กระดาษที่ทำจากใยกล้วย ที่พัฒนาจากการนำเอาต้นกล้วยมารวมกับกรรมวิธีการทำกระดาษแบบโบราณ ได้กระดาษใยกล้วยที่มีคุณสมบัติของเนื้อกระดาษแข็งแรงคงทน สามารถนำมากรุเป้นบานประตูโชจิสไตล์ญี่ปุ่นได้สวยงามทนทานกว่าเดิม 

แบบที่ 2 บ้านพื้นถิ่นประยุกต์ เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ

 บ้านพื้นถิ่นประยุกต์ เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ

บ้านพื้นถิ่นประยุกต์ เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มักจะมีแบบบ้านพื้นถิ่นประยุกต์ร่วมสมัยมาให้ดูเป็นแรงบันดาลใจเรื่อย ๆ อย่างเช่นบ้านนี้ในเมือง Thuan An ซึ่งเป็นพื้นที่รอบนอกจึงมีความหนาแน่นในการก่อสร้างต่ำ มีต้นไม้และสวนมากมาย แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มมีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิด “สถาปัตยกรรมแบบเมือง” ที่ผุดขึ้นมาแทนสวนไร่นาอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสียของการพัฒนานี้คือ ทำให้แหล่งน้ำจืดใต้ดิน สำหรับสวนผลไม้มีมลพิษ เนื่องจากกระบวนการเทคอนกรีต ของเสียจากการก่อสร้าง และระบบต้นไม้ที่ถูกทำลาย สถาปนิก k59 Atelier จึงตั้งใจสร้างบ้านที่เป็นมิตร คงกลิ่นอายพื้นถิ่นผสมผสานพื้นที่ธรรมชาติ มีความสอดคล้องกับความ เปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและไลฟ์สไตล์ แต่ยังคงเหลือรากเหง้าเอาไว้เป็นอย่างดี

บ้าน Binh Duong เป็นโครงการที่น่าสนใจ เมื่อ k59 Atelier ได้รับโจทย์ให้เปลี่ยน จากโครงการบ้านแถวมาเป็นสร้างบ้านภายในสวนอาหาร หลังการสำรวจพื้นที่ ทีมงานตัดสินใจเลือกทำเลท้ายที่ดิน เพื่อความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบสำหรับเจ้าของ

แต่ก่อนลงมืออกแบบสถาปนิก รู้สึกประทับใจกับต้นไม้ที่ปลูกอยู่เดิม 11 ต้น และทิวทัศน์ที่เปิดโล่งรอบๆ เพราะเห็นว่าต้นไม้ก็เหมือนมนุษย์ ที่มีจิตวิญญาณ จึงทำการวัดพื้นที่และบันทึกตำแหน่งพร้อมวาดขนาดของไม้พุ่มเอาไว้ด้วย จากนั้นจึงร่างแบบอาคารให้เว้นช่วงต้นไม้เอาไว้ โดยทำเป็นทั้งในรูปแบบของที่ว่าง และการเว้นที่บริเวณหลังคาให้โอบล้อมต้นไม้เอาไว้

สถาปนิกออกแบบบ้านหลังนี้ ด้วยความเชื่อเสมอมาว่า งานสถาปัตยกรรมเป็นการตอบสนอง จากสภาพที่ดินในปัจจุบัน สภาพอากาศ ภูมิประเทศ ชั้นดิน ต้นไม้ และเคารพต่อภูมิทัศน์โดยรอบ รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น จึงนำเสนอความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นดั้งเดิม ออกมาเป็นท่วงทำนองของการออกแบบและโครงสร้างสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นเลือกใช้วัสดุบ้าน ๆ อย่างหลังคากระเบื้องดินเผา งานไม้ พื้นที่เปิดกว้างโล่งๆ รับลม เป็นต้น

ห้องรับประทานอาหาร

สำหรับต้นไม้นั้นทีมงานพบ ว่าต้นลอเรลอินเดียมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งด้วยราก ใต้ดินที่แผ่ขยายซับซ้อน และรากย่อยที่กระจายอยู่บนพื้นดิน ทีมออกแบบ ต้องใส่ใจกับโครงสร้าง พื้นฐานของฐานรากและรากของต้นไม้ไม่ให้สร้างความเสียหายซึ่งกันและกันได้ เช่น การทำระบบเสาเข็มแทนฐานแผ่ เพื่อหลีกเลี่ยงการขยาย ขนาดของฐานราก เป็นต้น

การจัดองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมให้ ดูเรียบง่าย ชั้นล่างมีห้องนั่งเล่น ครัว และห้องรับประทานอาหารที่เรียงต่อกันไม่มีผนังแบ่งกั้น จึงสามารถเชื่อมการทำงานไปยังพื้นที่ต่างๆ ของบ้านได้อย่างลื่นไหล รอบ ๆ มีช่องเปิดขนาดใหญ่เป็นบานเฟี้ยมกระจกใสที่เก็บเข้าด้านข้างได้ ทำให้ลมเข้ามา flow

ภายในได้เต็มที่ นอกจากนี้ประตูวัสดุกระจกยังมีส่วนช่วยใน การผสมผสานระหว่างพื้นที่ภายในและพื้นที่ภายนอก เหมือนบ้านนี้ดูไม่มีขอบเขต เพื่อให้คนในบ้านสัมผัสกับบรรยากาศกลางแจ้งในทุกเวลาที่ใช้งาน พร้อมรับแสงแดดในตอนเช้า แต่ในช่วงบ่ายทีแดดแรงก็ดึงม่านมู่ลี่มาช่วยกรองแสง เป็นบ้านแบบ Tropical Modern ที่เหมาะกับบ้านเขตร้อนชื้น

บรรยากาศรอบๆบ้านเย็นสบาย

งานสถาปัตยกรรมทั่วทั้งบ้านแสดงผลงานที่น่าประทับใจ ในความสร้างสรรค์และความทุ่มเททุกรายละเอียดของช่างฝีมือเวียดนาม ที่นี่เลือกใช้คนงานในท้องถิ่นที่มีเทคนิคการก่อสร้างแบบดั้งเดิมและประตูที่ทำด้วยมือด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น การมุงหลังคา การปูพื้นกระเบื้องดินเผา และงานทำบานประตูหน้าต่างประเภทต่างๆ ได้รับปรับให้เข้ากับตำแหน่งในบ้านและการใช้งานที่หลากหลาย อาทิ ประตูบานเฟี้ยมแบบพับเก็บได้, ประตูบานเลื่อน, ประตูหมุน, ประตูแบบผลัก เป็นต้น

เฉลียงบ้านที่ยื่นออกมาเล็ก ๆ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นทางเดินนำไปสู่อาคารอื่น ๆ แล้ว ยังเชื่อมต่ออกไปยังสวนน้ำและสนามหญ้าที่แสนสบาย ในวันที่อากาศดี ๆ ชวนมห้ออกมานั่งทอดอารมณ์ชมวิว ดูปลาตัวน้อยแหวกว่าย ฟังเสียงนกร้องเพลิน ๆ บ้านทั้งหลังผสมผสานกับต้นไม้สูง ออกแบบให้กิจกรรมประจำวันเชื่อมโยงผู้คนกับผู้คน ผู้คนกับต้นไม้ ปลา และนก ให้ความรู้สึกว่าแท้จริงแล้วความสงบสุขเกิดขึ้นได้ในบ้านนั่นเอง

Author: ying